แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยวไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สัมผัสชมธรรมชาติ เนินช้าง กาญจนบุรี

เครดิตบทความhttp://goo.gl/hn6tGt
เนินช้างศึก เป็นจุดชมวิวบนยอดเขา ในเขตพรมแดนไทย-พม่า นักท่องเที่ยวที่มาเหมืองปิล๊อก นิยมมาแวะชมวิวที่เห็นทิวทัศน์ได้รอบตัวแบบ 360 องศา โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว มีหมอกปกคลุมตามยอดเขา จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก

เนินช้างศึก เป็นฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ฐานช้างศึก) บางคนก็เรียก ยอดดอยปิล๊อก หรือ ต่องปะแล เป็นฐาน ตชด ที่.ตั้งอยู่ในเส้นพรมแดนไทย-พม่า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,053 เมตร มีบ้านพักเจ้าหน้าที่ ลาน ฮ. และจุดชมวิวในมุมสูง เห็นวิวทั้งฝั่งไทยและพม่า ฝั่งไทยจะเห็นจุดชมวิวเนินเสาธง และหมู่บ้านอีต่อง อยู่ในหุบเขาด้านล่าง ส่วนฝั่งพม่าจะเห็นเทือกเขาและแนวป่าที่เป็นแนวเขาสลับซับซ้อน และผืนป่าเดียวกันกับไทยไกลออกไปสุดสายตา มีสถานีส่งก๊าซในฝั่งพม่าอยู่ไม่ไกลจากเขตชายแดน

นักท่องเที่ยวขาลุย นิยมมากางเต็นท์กันมาก ส่วนใหญ่จะมาเที่ยวและพักค้างแรมในฤดูหนาวคือช่วงพฤศจิกายน - มกราคม เพราะจะได้สัมผัสหมอก และอากาศหนาวเย็น ได้ชมวิวพระอาทิตย์ตก ยามค่ำคืนจะเห็นความสวยงามของหมู่ดาวบนท้องฟ้า และกลุ่มแสงไฟจากสถานีส่งก๊าซในหุบเขาฝั่งพม่า ได้ชมพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางหุบเขา และในวันที่ท้องฟ้าเปิดสามารถมองเห็นวิวทางฝั่งพม่าได้ไกลถึงทะเลอันดามัน

บริเวณเนินช้างศึกนี้ สามารถกางเต็นท์ได้ทั้งบริเวณพื้นหญ้า และบริเวณลานจอด ฮ. ด้านบนมีที่จอดรถได้ปลอดภัย บริเวณนี้มีเพียงที่พักเจ้าหน้าที่ ตชด. และห้องสุขา ไม่มีบ้านพัก ร้านค้า ร้านอาหาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ


มุมมองจาก 'เนินช้างศึก' ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์กันที่นี่ เพราะสามารถชมวิวได้สุดลูกหูลูกตา 360 องศา และสามารถมองเห็นเขาช้างเผือกได้อย่างชัดเจน การเดินทางมาที่นี่ขอแนะนำให้มาในเวลากลางวัน เพราะเส้นทางอาจลำบากเล็กน้อยบางช่วง แต่รับประกันความสวยงามทั้งตอนเช้ายามพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกช่วงยามเย็น
Cr: http://goo.gl/hn6tGt

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เที่ยว สะพานมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี


ขอบคุณภาพ pantip.com
สำหรับท่านชอบชมความธรรมชาติ วิถีชีวิตชนบทยังหาชมได้ สังขระ หมู่บ้านเล็กซึ่งเดิมเป็นชาวเขมร และ ชาวลาว ผสมผสานกัน สถานที่มีชื่อเสียงคือ"สะพานมอญ" หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ สัญลักษณ์ของ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในไทย และยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก สร้างมานานกว่า 30 ปี มีความยาว 850 ม. สะพานนี้ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเรียไปยังหมู่บ้านมอญ นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสัมผัสธรรมชาติและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ยื่งช่วงเช้า 6.00-7.00 น. เป็นช่วงที่จะได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ที่เดินใส่บาตรพระทุกเช้า ช่วงสายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือน ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย อาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้ นอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงอื่นๆ อาทิ ตลาดวัดวังก์, วัดวังก์วิเวการาม, เจดีย์พุทธคยา ฯลฯ อีกด้วย


สะพานอุตตมานุสรณ์ หรือที่นิยมเรียกกันว่า สะพานมอญ เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร และเป็นสะพานไม้ที่ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็ง ในประเทศพม่า  เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเรีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

สะพานนี้สร้างขึ้นโดยดำริของ หลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี พ.ศ. 2529 จนถึง พ.ศ. 2530  โดยใช้แรงงานของชาวมอญ เป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี

ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เวลา 18.30 น. สะพานอุตตมานุสรณ์ได้พังทลายขาดเป็น 2 ท่อนในช่วงกลางสะพาน ความยาวประมาณ 30 เมตร เนื่องจากเกิดเหตุฝนตกหนักติดต่อกันนานถึง 3 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากจากทุ่งใหญ่นเรศวร พัดขยะตอไม้ลงสู่แม่น้ำซองกาเลีย ปะทะกับเสาสะพานทำให้เกิดขาดกลาง[4] และเสียหายเพิ่มเป็น 70 เมตร ในเที่ยงของวันต่อมา

หลังจากผ่านไป 1 ปี การซ่อมแซมสะพานแห่งนี้ก็ยังไม่เสร็จ และเกินสัญญาว่าจ้าง 120 วัน เนื่องจากมีปัญหาด้านบริษัทผู้รับเหมาที่มีปัญหาไม่สามารถนำไม้ที่ต้องขนส่งมาจากภาคอีสานมาซ่อมแซมได้ เนื่องจากเกรงว่าจะผิดกฎหมาย

ในที่สุด สะพานอุตตมานุสรณ์ก็ได้รับการสร้างจากทหารช่างจากกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) ค่ายสุรสีห์ ร่วมกับชาวบ้านอำเภอสังขละบุรี ใช้เวลาเพียงแค่ 29 วัน และมีพิธีเปิดใช้อีกครั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งเป็นวันครบรอบชาตกาล 104 ปี หลวงพ่ออุตตมะ โดยจะมีการแสดงแสงสีเสียงด้วย

นักท่องเที่ยวแห่ชม“ดอกเสี้ยว บาน “ภูชี้ฟ้า”

ดอกเสี้ยวบานอีกแล้ว หลายท่านที่เคยได้ยินชื่อเสียง ความสวยของ ดอกเสี้ยว หรือ ดอกชงโค ไม่น่น่าจะพลาดชมกัน....สำหรับนักชมชอบธรรมชาติด้วยแล้ว กำลังดีเลยกำลังเหมาะ ชอบดอกเสี้ยว...
วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ฟ้าทอง มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว


ภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงทางตะวันออกของจังหวัดเชียงราย อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดนไทย–ลาว ลักษณะเป็นหน้าผาสูงเป็นแนวยาวไปตามแนวชายแดน บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ "ภูชี้ฟ้า" จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว


ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงราย หลายคนก็จะนึกถึงภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวมักขึ้นมาชื่นชมความงาม และอากาศที่หนาวเย็น ซึ่งบางปีก็อาจจะเห็นน้ำแข็งบนยอดหญ้า หรือ ที่เรียกกันว่าเหมยขาบ นั่นเอง อากาศบริสุทธิ์และความสวยงาม ที้ไม่อาจพบเจอได้ในเมืองใหญ่หรือห้างสรรพสินค้า เป็นแรงดึงดูดใจจน หลายคนมาเยือนแล้วมาอีก และจดจำได้รู้ลืม



คำว่า เฮือน เป็นคำเรียกชื่อเรือนตามภาษาคำเมือง ซึ่งแปลโดยตรงคือ เรือนดอกเสี้ยว ก็คือ เรือนที่มีต้นดอกเสี้ยวอยู่รอบ ดอกเสี้ยวจะบานช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ดอกสีขาวปนชมพู จะ บานสะพรั่งเต็มดอย บ้านพักแบบธรรมชาติ มีแอร์ (ธรรมชาติ)ทุกห้อง สะอาด ปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว รอทุกท่านมาชื่นชมในบรรยากาศ อาหารเครื่องดื่มเรามีบริการท่าน






ขอบคุณภาพจาก เฮือนดอกเสี้ยว - ภูชี้ฟ้า

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ภูฟ้า

น้ำตกภูฟ้า ตั้งอยู่กลางป่าลึกใกล้ชายแดนลาว เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ในเขตอำเภอแม่จริม จังหวัดน่าน สูงประมาณ 140 เมตร มีทั้งหมด 12 ชั้น น้ำตกภูฟ้าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าดิบเขาอันอุดมสมบูรณ์ และมีน้ำตลอดปี

ชั้นล่างสุดของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำใหญ่และลึก มีผาน้ำตกลาดชันขึ้นไปเป็นขั้นบันไดสามารถมองเห็นชั้น 1 ถึงชั้น 3 ได้ชัดเจน รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 100 เมตร ส่วนชั้นอื่นต้องปีนป่ายขึ้นไปทีละชั้นจึงจะสามารถเห็นได้ โดยเฉพาะชั้น 5 และ 6 สายน้ำจะทิ้งตัวลงตามผาหินเป็นสองสาย ชั้น 10 จะเป็นม่านน้ำลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามผาหินกว้าง และชั้น 12 สายน้ำจะทิ้งตัวจากผาสูงใหญ่อลังการ

การเดินทางใช้เวลาไป-กลับ 3 วัน 2 คืน และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง โดยผ่านบริษัทนำเที่ยวของจังหวัด
**
Cr: https://goo.gl/joPGlB

สุราษฏร์ธานี บรมธาตุไชยา

พระพุทธรูปศิลาแลงสมัยศรีวิชัย และเจดีย์พระบรมธาตุไชยา

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งอยู่เลขที่ 50 ถนนรักษ์นรกิจ หมู่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี พระบรมธาตุไชยาเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นหนึ่งในสามของ โบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจดีย์พระมหาธาตุวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำคูหาภิมุข บริเวณวัดคูหาภิมุข จังหวัดยะลา

วัดพระบรมธาตุไชยา เป็นที่ตั้งของโรงเรียนวัดพระบรมธาตุไชยา โรงเรียนสงฆ์ และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา

พุทธศตวรรษที่ 13 - พุทธศตวรรษที่ 19.00 ในสมัยศรีวิชัย ได้สร้างวัดพระบรมธาตุไชยา สร้างประมาณ 1500 ปี วัดมี โบสถ์ หรือพระอุโบสถ หันไปทางทิศตะวันตก
วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นโบราณสถาน รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็ก 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 308.03 ด้าน
พระบรมธาตุไชยา เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ภาพเจดีย์พระบรมธาตุ เป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสัญลักษณ์ในธงประจำกองลูกเสือจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เจดีย์พระบรมธาตุมีความสูงจากฐานใต้ดินถึงยอด 234.0 เมตร
สมัยรัชกาลที่ 5 ได้บูรณปฏิสังขรณ์ยอดเจดีย์ที่เดิมหักลงมาถึงคอระฆัง
พระพุทธรูปทำด้วยศิลา สูง 104.30 เซนติเมตร ปางสมาธิประทับอยู่บนฐานบัว มีอายุอยู่ประมาณ
พุทธศตวรรษที่ 101 - 125 แสดงถึงอิทธิพลศิลปะอินเดีย แบบราชวงศ์คุปตะ สกุลช่างสารนาถ
พุทธศตวรรษที่ 19 ได้สร้างพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์ปัทมปาณิ) สองกรสำริด ประติมากรรมในชวา (ประเทศอินโดนีเซีย) ภาคกลาง 6238 จารึกหลักที่ 263.62 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางสกุลวงศ์ของกษัตริย์แห่งศรีวิชัย (ไชยา) และราชวงศ์ไศเลนทรในชวาภาคกลาง
พุทธศตวรรษที่ 105.60 ได้สร้างพระโพธสัตว์อวโลกิเตศวรสองกรศิลา ศิลปะจามพุทธ
สมัยอยุธยา ได้สร้างพระพุทธรูปศิลาทราย ศิลปะอยุธยา สกุลช่างไชยา

พระบรมธาตุไชยา ปูชนียสถานสำคัญภายในวัด
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อ วัดพระธาตุไชยา
ที่ตั้ง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4011 ถนนรักษ์นรกิจ ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ประเภท พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร
นิกาย เถรวาท
พระประธาน พระเจ้าโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสองกรศิลา
พระพุทธรูปสำคัญ พระพุทธรูปศิลา สกุลช่างไชยา
กิจกรรม นมัสการพระบรมธาตุไชยา
พระพุทธรูปในระเบียงวิหารคด

เจดีย์พระบรมธาตุไชยา

เจดีย์พระบรมธาตุไชยา


ลายปูนปั้นประดับซุ้มประตูองค์พระบรมธาตุไชยา
ซุ้มประตูทางเข้าวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
เครดิต https://goo.gl/h8EnMX